การนวดหน้า แบบ Homespa 12/03/2011
ช่วงนี้อากาศหนาวเย็น หน้าเหี่ยว หน้าแห้งกัน อย่ากระนั้นเลย มาหาวิธีการทำหน้าให้ชุ่มชื้นกันแบบธรรมชาติดีกว่า ไม่ต้องไปเสียตังให้ใครเป็นพันๆบาท เป็นคอรส์ เอาค่าเหล่านั้นไปหาซื้ออุปกรณ์ น้ำมง น้ำมันดีกว่า ได้เป็นหลายขวด ไว้ใช้ทำกับข้าว และ ดูแลสุขภาพผิวพรรณด้วย จ่ายแพงกว่าทำไม (โฆษณาอะไรจำไม่ได้แล้ว นิยมใช้สำหรับการทำตลาดมาก) มีประโยชน์ทั้งท่านหญิง ท่านชาย เด็ก แก่ ได้หมด เพื่อตัวคุณเอง และคนที่คุณรัก ทำให้กันจะได้มีความรักมีความใก้ลชิดมากขึ้น วันนี้จึงเอาวิธีการนวดหน้าอย่างง่าย ซึ่งที่วุฒิศักดิ์ ทำแบบนี้เหมือนกัน เพราะจำได้ เดี๊ยะเลย แต่เค้าทำให้เรา จนหน้าน่วมไปหมด ทีนี้มาชวนเพื่อนๆมาทำกันเอง และที่สำคัณหากสังเกตุเห็นคนข้างเคียงหน้าไม่ค่อยสดชื่น จัดการนวดให้เลย คนใก้ลชิดก็ได้เช่น คุณยาย เดี๋ยวไม่กี่วันคุณยายจะมา จะจัดการซะเลย เอามาเผื่อเพื่อน เพราะเราเองทำทุกวัน และเมื่อมันดี ก็ต้องเอามาเก็บไว้ให้เพื่อนดู ไง นอกจากนี้เอาสูตร Cleanser มาฝาก หาได้ไม่ยาก ในครัว ตามแต่ใครจะมีอะไร หรือหาได้ตามร้านค้าใก้ลบ้าน และเป็นธรรมชาติ 100 % อันที่จริงมีหลายสูตรมากในอินเตอร์เนต แต่จะเอามาที่เคยทำเอง และหาไม่ยาก น้ำมันละหุ่ง 100 มิลลิลิตร ราคาขวดละ 50 บาท สูตร 1 1. ผิวธรรมดา น้ำมันมะกอก 1 ส่วน กับน้ำมันละหุ่ง 1 ส่วน 2. ผิวที่เป็นสิว หรือ หน้ามัน น้ำมันมะกอก 1 ส่วน น้ำมันละหุ่ง 3 ส่วน 3. ผิวแห้ง น้ำมันมะกอก 3 ส่วน น้ำมันละหุ่ง 1 ส่วน ที่มา : http://simplemom.net/oil-cleansing-method/ สูตร 2 1.ผิวมัน: ผสม 30% น้ำมันละหุ่ง กับ 70% น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน 2.ผิวธรรมดา: ผสม 20% น้ำมันละหุ่ง กับ 80% น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน 3. ผิวแห้ง : ผสม 10% น้ำมันละหุ่ง กับ 90% น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน ที่มา : http://www.theoilcleansingmethod.com/ สูตรที่ 3 1. ผิวธรรมดา : น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน 4 ช้อนโต๊ะ ผสมกับ น้ำมันละหุ่ง 1 ช้อนโต๊ะ 2. ผิวแห้ง : น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน 4.5 ช้อนโต๊ะ ผสมกับ น้ำมันละหุ่ง 0.5 ช้อนโต๊ะ 3. ผิวธรรมดา : น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน 3.5 ช้อนโต๊ะ ผสมกับ น้ำมันละหุ่ง 1 ช้อนโต๊ะ ที่มา : http://www.buzzle.com/articles/facial-cleansing-oil-recipe.html ก็จะมีคำถามต่ออีกใช่มั๊ยว่า ตกลงจะให้ใช้สูตรใหน ก็ตามแต่ท่านมีผิวหน้ายี่ห้อใหน ก็เอาตามนั้น ข้อควรระวัง เพื่อนจะรู้สึกได้ถึงความสุข และความสะอาด อย่างที่ไม่เคยมีมีก่อน วิธีการ: 1. เท cleanser ใส่ในมือ ขนาดเท่าเหรียญห้า 2. นวด ช้าๆ ให้น้ำมันเข้าไปทำงานตามรูขุมขน ทำให้เครื่องสำอาง ฝุ่นละออก เซลที่ตาย และแบคทีเรียที่ตายละลายในน้ำมันและพร้อมที่จะถูกเช็ดออกไป 3. เมื่อผิวหน้าชุ่มไปด้วยน้ำมัน เอาผ้าเช็ดขนหนูสำหรับเช็ดหน้า จุ่มในน้ำค่อยข้างอุ่นจัด เพื่อเปิดรูขุมขน และปล่อยเอาน้ำมันที่มีความสกปรกหลุดออกมา 4.คลุมผ้าปิดที่หน้าซักพักนึงแล้วค่อยๆเช็ดหน้าอาน้ำมันที่อยูบนหน้าออก แล้วล้างผ้าด้วยน้ำร้อนจากฝักบัว เพื่อความสกปรกจะได้ถูกทิ้งไป ทำซ้ำแบบข้อ 4 อีก 2-3 รอบ ห้ามขัด ถู แค่เช็ดออกเบาๆ 5. ล้างหน้าด้วยน้ำธรรมดา เช็ดให้แห้ง แล้วตามด้วย toner (ACV) และ moisturizer น้ำมัน cleanser mixed นิดหน่อยถ้าหน้าแห้งมาก 7 Comments น้ำมันละหุ่ง กับ สุขภาพ 11/26/2011
Centuries ago the castor bean plant was referred to as the “Palma Christi.” It was called this because the shape of the plant’s leaves was thought to resemble the palm of Christ. Knowing the healing power of this plant, the name may be one of the most accurate descriptions ever. Castor seed oil ประกอบด้วย กรด Ricinoleic ตั้ง 85-95 % กรดนี้มีประสิทธิภาพ
The pH of different cellular compartments, body fluids, and organs is usually tightly regulated in a process called acid-base homeostasis. The pH of blood is usually slightly basic with a value of pH 7.365. This value is often referred to as physiological pH in biology and medicine. Plaque can create a local acidic environment that can result in tooth decay by demineralisation. นั่นไง เวลาเพื่อนดื่ม apple cider นะ อย่าลั้งรอ ไปโลดเลย พรวด แบ่งเป็น 2 ขะหยักก็ได้ หรือ ม่ายงั้นก็ ดื่มน้ำตามกลั้วให้ทั่วฟันเฟืองของเพื่อนก่อนนะ Enzymes and other proteins have an optimum pH range and can become inactivated or denatured outside this range.(Creator เค้า design ไว้ดี) The most common disorder in acid-base homeostasis is acidosis, which means an acid overload in the body, generally defined by pH falling below 7.35.[citation needed] แล้วอย่าไปเพิ่มอีกนะ ควบคุมอารมฌ์บ้าง อ่านต่อไปแล้วจะรู้ว่า หมายถึงอะหยัง source : http://en.wikipedia.org/wiki/PH แปลกนะ ที่ว่าความเป็นกรดเป็นด่างมีผลต่อสุขภาพคนเราน่ะพอเข้าใจ เช่น กรดในกระเพาะ ต้องกินยาลดกรด หน้าคนเราต้องใช้สบู่ที่มีความเป็นกลาง ม่ายงั้นเจอพืชและสัตว์ตัวระดับนาโนเข้าเติบโต เช่น เชื้อรา และบักเตรี (เราชอบคำนี้จัง ใครนะชักแปลจริงๆ แปลแบบประเภทที่ว่าไปพูดกับใครในโลก ก็ไม่มีใครเข้าใจ เออ เอ้า..หลังๆเค้าใช้คำว่าแบคทีเรีย นั่นไง นายลำบากแล้วใช่มะถึงกลับมาใช้ทับศัพท์ไปเลย คนไทยเราชอบทำเรื่องง่ายให้ยาก มีความสามารถพิเศษซะจริงๆ) เอ้า ต่อไป อีทีนี้เค้ามาบอกว่า " แหม ยัยคนนี้เปรี้ยวเชียว " เห็นมั๊ย แปลว่า กิริยา การแต่งตัว แบบจี๊ดมาก ก็คือ อาการเป็นกรด หรือ " ไอ้เด็กคนนี้มัน....เป็นกรดเชียว " อะไรทำนองนั้น แต่ที่เค้าศึกษากัน เราก็มาฟังกันเป็นตัวอย่าง เพื่อเพื่อนๆจะได้รับรู้ว่า ท่านสามารถเพิ่มหรือลดความเป็นกรด ด่างของร่างกายตัวเองได้ด้วยอารมฌ์ของท่านเอง lowers the pH to become more acidic อาการโกรธ เกลียด : Hate จะลดระดับความเป็นกรดลง นั่นหมายถึง นายยิ่งโกรธ หรือ เกลียดใคร ปฏิกิริยาเคมีในร่างกายนายกำลังก่อให้เกิดความเป็นด่างในตัว 5555 โสนะน่า เอ้า ต่อ ความกลัว : Fear เออ นี่ น่าสนใจ เช่น ลูกเราชอบกลัวผี (ที่จริงไม่ชอบอ่ะนะ แต่ภาษาไทยไง มันทำให้สับสน)(เราด้วย)ทำให้เป็นกรดมากขึ้นนะ 55 ยิ่งกลัว ยิ่งเปรี้ยวแฮะ Anarchy อุ๊ยต๊ายตาย หัวข้อนี้ แปลดีๆก็ดีไป แปลตรงๆก็เสี่ยงถูกปิด แปลกันเองนะ Distrust การไม่ไว้วางใจใคร ก้อ สมัยนี้มัน เชื่อใจกันได้ขนาดใหน บ้างมาประเภทหลอก ซะส่วนใหญ่ ยกเว้นคนในเวปนี้ น่าร๊ากกกกกกกก Vengeance ประเภท บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำแหละ นี่ก็อีก รวมอยู่ในกระทงเดียวกัน Raises the pH to become more alkaline Aggressiveness อันนี้มันมีทั้งสองด้าน ทั้งบวกและลบ ประเภทห่ามในทางที่ผิดซะส่วนมากก็ โสนะน่า ไอ้ที่ในทางบวกมันก็ดีนะ ก็หาไอ้ข้างบนมาใส่จะได้เป็นกลางก็ได้ Defensiveness พวกนี้ก็เหลือเกิน ปกป้อง และ แก้ตัว หัวชนกำแพง ไว้ก่อน หรือม่ายก็แถ สีข้างทะลอกปอกเปิกกันไป Meditation เออ ไม่รู้นะ ว่า การMeditation ก็ทำให้เป็นด่างแฮะ Reverence An act showing respect นี่ ใช่ได้ทีเดียว อ่อนน้อมถ่อมตน เคารพกันและกัน ดีจ้า Peace ทำจิตใจสลบเสงี่ยมเจียมตัว ก็หายซ่าได้นะเพื่อน Joy ทางพุทธจะไม่ซาบซึ้งกับคำนี้เท่า ทาง Christianity เพราะการได้รู้จักGod " It's a really great joyful " เป็นความรู้สึกที่มีความสุข สดใส สดชื่น อย่างไม่มีที่สิ้นสุด พอ พอ เดียวเราจะเริ่มเทศน์แล้ว เห็นมั๊ยว่า addited จริงๆ " The Lord designed the body to maintain a pH level of 7.4 in the blood, but of course, we can interfere with the proper body function by things we expose ourselves to in the areas of diet, pollution, minerals in our water, etc. ( บอกแล้ว เค้ารู้ดี และรอบครอบหมด ใครบอกว่า คนเกิดจากบิ๊กแบง หรือ accident ไอ้ที่เป็นโน่น เป็นนี่ เพราะตัวเองทำเสียสมดุลย์เองนั่นแหละ ทั้งอาหารการกิน ทั้งนิสัยส่วนพระองค์ เอเมน)The good news is that cancer and most other diseases cannot survive in an alkaline environment.จำไว้นะ That is why it is so important to have a healthy pH balance in the body." Read more ไปอ่านดูนะเพื่อนน่าสนใจ เดี๋ยวเราจะำไปอ่านด้วย และนี่ก็เป็นเหตุผลที่เรา ดื่ม Apple cider ทุกวัน เพราะเราจืดมากเกินไปมั๊ง และ เพื่อนล่ะ Apple cider ภาค 2 10/20/2011
นี่เพื่อน อยากให้เล่าเรื่อง " ทาน apple cider vinegar ให้ละเอียด" ที่จริงก็ง่ายนิดเีดียว เวลากลืนก็กลืนให้ละเอียดไง ว่าแล้วก็ต้องเอาใจท่านก่อน ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองทั้งน้าน ที่มากันก็ถอดหัวโขนมาจับเข่าเล่าเรื่องคุยกันตามประสาคนคุ้นเคย แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านที่เข้ามาอ่านเราไม่ได้นับว่าท่านเป็นเพื่อนนา อย่าเข้าใจผิด ท่านคือ เพื่อนที่แวะเวียนมาแบบเงียบๆ อำพรางไง เราพยายามให้ท่านแสดงตน ท่านไม่ยักกะแสดงตน ต้องหาเครื่อง อะไรน๊า EVP Electric Voice Phenomena สำหรับจับเวลาใครคืบคลานเข้ามาในเวป แต่ก็พยายามหามา เท่าที่ทำได้ เพื่อประเมินว่ามีเพื่อนมาเยอะป่าว ถ้ามีน้อยก็จะได้ประเมินสถานการณ์ปิดตัวเอง เพราะผลตอบรับบอกว่า อาชีพนี่ ไม่รุ่ง เอาเป็นว่า ไม่พูดพร่ำรำเพลง เราจะพาท่านแพ็คกระเป๋าหลบมวลน้ำ ไปสู่ดินแดนไกลโพน..... " Apple cider vinegar and wine were repeatedly mentioned in the Bible; they were known to the people of ancient Egypt, Greece and Rome. Vinegar was used to soften meat and … rock!" ขนาดนั้นเลยเพื่อน ยังไม่พอมันย้อนไปกว่า 5000 BC ตั่งแต่สมัยโน้น บาบิโลนที่รู้จักน้ำส้มสายชูที่ทำจากอินทผาลัม และผลมะเดื่อ ซึ่งสมัยนี้นเค้าใช้สำหรับล้างแผล และรักษาโรคที่เกี่ยวกับการติดเชื้อ ( ทำให้แผลหายเร็ว อาการคันก็หายนะ อันนี้ เราเพิ่มเองเพราะลองมาแล้วจ๊า) โดยหมอสมัยก่อนเค้าผสมน้ำผึ้งใช้ในการล้างสารพิษจากร่างกาย และให้ทหารในสงครามสมัย Alexander of Macedon กินเพื่อป้องกันการติดเชื้อ จนสมัยคลีโอพัตราดื่มแบบเจือจางกับน้ำหลังอาหารทุกมื้อ ซึ่งหลายคนคิดว่าเพื่อ maintained her beautiful figure. สนใจละสิ สมัยจีนก็ทำน้ำส้มสายชูจากข้าว ญี่ปุ่นก็จากข้าว สมัยซามูไร Samurai recipes is called “Tomago-Su”. A fresh egg is submerged in a glass of rice vinegar and left for a week. The egg, or to be exact, its shell dilutes completely with the exception of the transparent membrane. The membrane is then broken so the content is mixed with the vinegar – the magical drink is ready. It is then taken daily in small amounts mixed with warm water. เอาแบบนั้นเลย ต้องลองให้ท่านเสือที่กบดานแถวซีกโลกใต้ ทดลอง ส่วนการดื่ม มีพิธีกรรมที่ข้าพเจ้าประพฤติปฏิบัติมานาน ประมาณ 60 กว่า วันมีดังนี้ 1. ตื่นเช้ามา(เรา oil pulling ก่อน ใครไม่ทราบไปหาอ่านใน Health นะจ๊ะ) แล้วแปรงฟัน ซักพัก 10 นาที ตวงน้ำส้มสายชู apple cider vinegar 1 ช้อนโต๊ะ 2. ตวงน้ำผึ้งจากธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ 3. ตวงน้ำอุ่น หรือ น้ำธรรมดา 1 แก้ว แก้วปกตินะ 250 ซี.ซี. 4. คนให้น้ำผึ้งละลาย แล้วยกดื่มด้วยจิตใจเบิกบาน 5. ตามด้วยน้ำธรรมดาล้างคราบที่อาจติดตามฟัน เพราะมันอาจจะกัดสารเคลือบธรรมชาติได้ 6. กลืนไปเหอะ เออ อย่างงั้น มาทำหน้าทำตาบูดเบี้ยวอีก มันดีกับนายนะจะบอกให้ 7. ทำทุกวันตอนเช้า หรือ จะเพิ่มก่อนนอน เอาเป็นก่อนนอนซัก 2 ชัวโมง ม่ายงั้นต้องลุกเข้าห้องน้ำนอนไม่ได้ยาว 8. ทุกวัน ภายใน 7 วัน ขนาดหวงยางรอบเอวท่านจะลดลง แบบใส่กางเกงเบอร์เล็กลงได้เลยทีเดียวเชียวนะท่าน ผลการทดลอง 1. มวลไขมันหน้าท้องลดลงอย่างมีนัยสำคัณในด้านการพึงพอใจ และจากการตรวจในการวัดน้ำหนัก 2. ไม่ได้ทำให้ท่านที่ผอม จะผอมลงเรื่อยๆ พอมันล้างสารพิษและเอาส่วนเกินออก ท่านก็จะคงน้ำหนักเพราะฉะนั้นผอมทานได้ 3. ผมไม่แห้ง สำหรับวัยสะดุ้งอย่างพวกเรา มักจะมีปัญหาแล้ว ใช้แล้วผมนิ่ม บางท่านหงอกจะออกมาน้อยลงด้วยซ้ำ 4. นอนหลับสะบ้าย สะบาย รับรอง 5. รู้สึกกระปรี้ กระเปร่า นะ แค่นี้ก่อน อันที่จริงเราว่าน้ำส้มสายชูใหนก็ได้ ขอให้เป็นแบบธรรมชาติ ที่ไม่ได้ผ่านการกลั่น และสะอาด เป็นใช้ได้แล้ว เคยลอง สัปปะรดไซเดอร์ ก็ใช้ได้นะ ของบ้านเรา ใครลองแล้วเข้ามาแชร์กันด้วยนะ มันก็อย่างงี้แหละ พวกที่ต้องการทำอะไรเป็นขั้นเป็นตอน แบบสมัยเรียนเคมี ต้องมีวิธการที่ชัดเจน เราก็เห็นว่าดี จึงทำตามที่ท่านแนะนำ เพราะไอ้การเขียนของเราแบบไหลไปเรื่อยๆ เรื่อยเปื่อย แบบตอนนี้ เอาเป็นว่าแค่นี้ก่อนนะเพื่อน ขอโทษที่ต้องเอาปะสาต่างชาติมาใส่เพราะมันได้บรรยากาศและข้อมูลไม่ผิดพลาดแน่จ๊า References : http://applecidervinegarfaq.com/brief-history-of-apple-cider-vinegar/ เรื่องนี้ เราสนใจอีกละ และทานมาได้ 2 เดือนแล้วนะ แต่ดื่มกับน้ำธรรมดา ตอนเช้า ก่อนจะทานอะไร สัปดาห์แรก พบว่า พุงเรามันยุบลงอย่างน่าพอใจทีเดียวล่ะ เชื่อได้แน่นอน อีทีนี้ก็เริ่มทานก่อนนอน คืนนั้นก็นอนหลับแบบยาวยันเช้าเลย และรู้สึกเลยว่า หลับลึกจริงๆ อีกอย่างนะ ผมนิ่มด้วย ระยะหลังๆ ผสมกับน้ำผึ้งป่า 1ช้อนโต๊ะทั้งสองอย่าง กับน้ำ 8 ออนซ์ (250 ซี.ซี. ก้อ 1 แก้วละกัน) และได้เชื้อเชิญให้ท่านผู้ใหญ่บ้านดื่มด้วย ได้ผลคือ พุงยุบลง สบายตัวขึ้น ตอนเช้าไม่มีเสมหะ นอนหลับดี และ ผมหงอกน้อยลงแฮะ
ที่จริงที่บ้านเราก็แทบจะมีน้ำส้มสายชูแบบกลั่นสีขาว เป็นประเภทแบบขาดไม่ได้ เพราะเวลาซักผ้า น้ำสุดท้ายก็จะใส่ไปซัก 1-2 ช้อนโต๊ะ ถ้าจะให้ขาวมากหน่อยก็ 1 ถ้วย ผ้าก็จะขาว นุ่ม และ กลิ่นสะอาด ไม่ต้องใช้ น้ำยาผ้านุ่ม หรือ น้ำยาซักผ้าขาว ข้อดี คือ ไม่ไช่สารเคมีและไม่เป็นอันตรายด้วย ทีนี้ไปอ่านที่นี่ ก็เอามาร่วมแจมด้วย เพื่อนจะได้มั่นใจ Drink apple cider with honey for...
Apple Cider Vinegar (Organic recommended) ยี่ห้อที่นิยมมากคือที่รูป ที่มี mother ซึ่งเค้าบอกว่ามีผลในการฆ่าเชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส แต่ตามที่เราเรียนมา โดยความเป็นกรดของ cider ประมาณ 3-4 ก็มีฤทธิในการฆ่าอยู่แล้ว ทำให้ยี่ห้อนี้แพงก็ยี่ห้ออื่นในท้องตลาด แต่เพื่อนไม่จำเป็นหรอก เอาที่เป็น organic ใสๆก็โอเค ไม่ต้องเอาตัวแม่มาก็ได้ซึ่งจะเป็นวุ้นขุ่นๆก้นขวด ถ้าเพื่อนจำได้สมัยเราทำน้ำส้มสายชูกันที่ชมรมเห็ด มก. นั่นนะ เวลาขายเราก็เอาเฉพาะน้ำใสๆบรรจะขวด แต่ไอ้ตัวแม่เราสามารถเอาไปต่อเชื้อได้อีก เพื่อนๆเราๆ ก็ทำกันเป็นอยู่แล้ว ใครอยากรู้ ถามมาเดี๋ยวจะให้เจ๊อีสาน กับเจ๊เมืองใต้ตอบ Honey comes from flowers and has a very light energy. We recommend honey from flowers that are known to provide support for heart and lungs.ดีใจที่เรามีแหล่งซื้อมาจากเมืองน่านของแท้แน่นอน หอมเกสรดอกไม้ป่าด้วยน๊า Use local honey to help provide relief from allergies and build immunity.ใครสนใจสั่งซื้อได้ เราสั่งซื้อเป็นโหลเลย ลังละ 12 ขวด เอาแบบเดือนละขวดเลย People with Indigestion and Diabetics: When apple cider and honey combine, the chemical formula of each changes. If you have concern about the acid content of apple cider vinegar or the sugar content of honey, you may find that the two working together do not produce negative results. Adjust the amount of vinegar and honey for your own needs. ยังมีต่อ ไปอ่านอะไรต่อกันอีกเยอะ โน่น>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>VVVVVVVVV Pollutionไม่มีวันตาย แต่เราไง...แน่นอน 09/01/2011
เมื่อเดือนที่แล้ว ได้ไปที่มาบตะพุด และได้มีโอกาสเจอพายุฝนฟ้าคะนองอย่างแรง ทุกคนที่มาบตะพุด จังหวัดระยอง ดูเหมือนจะรู้ว่า เวลานี้แหละเป็นเวลาที่ทางโรงงานกลั่นน้ำมันได้มีโอกาสปลดปล่อยมลพิษออกมา รู้กันทุกคนแต่ทำอะไรไม่ได้ย้ายไปใหนไม่ได้ พอตอนเช้าจะเห็นปลาในบ่อลอยขึ้นมาตาย เพราะน้ำฝนที่ตกลงมาเมื่อคืนนี้ที่ผสมผสานกับสารพิษที่ปล่อยมาจากโรงกลั่น น้ำมัน นี่ยังไม่น่าตกใจกันอีกหรือ หรือ ชินกันเสียแล้ว และไม่น่าเชื่อที่บางคนที่จบมหาวิทยาลัย กลับมีทัศนะคติบอกว่า" โอ๊ย มันเรื่องการเมือง" ไม่รู้ว่าจบมาได้อย่างไง นึกแล้วน่าสงสารชาวบ้านที่อยู่ที่นั่น ก็อยู่กันไป จะมีใครนึกถึงคนแก่ๆที่นั่นบ้าง ก็ได้แต่เอามาเล่าสู่กันฟัง ก็เรื่องที่ทุกคนรู้ๆอยู่แล้ว แล้วก็นั่งทับมันไว้ อีกเรื่อง เรื่องการปลูกปาล์มน้ำมัน บางโรงงานปล่อยน้ำเสียออกมาลงในแหล่งน้ำ จนเดี๋ยวนี้ น้ำบาดาล ใช้ไม่ได้ มีกลิ่นเหม็น บางโรงงาน เอาไปขายหลอกชาวสวนปาล์มว่า เป็นปุ๋ย เพื่อโรงงานจะได้ระบายน้ำเสีย เพราะโรงงานต้องซื้อที่ดิน ขุดบ่อเพื่อที่จะเก็บน้ำเสียไว้ บางโรงก็ปล่อยลงร่องสวนปาล์มไปเลย หารู้ไม่ว่า มันไม่ได้เป็นปุ๋ยอย่างที่คิด นอกจากนั้นยังทำให้สภาพดินเสื่อม จะเห็นได้ว่าระยะหลังคุณภาพของผลไม้ทางภาคใต้เราแย่มาก ฟ่าม ไม่ได้คุณภาพ และทีใหนปลูกปาล์มที่นั่นน้ำจะแห้ง และปัญหาที่ดินเสื่อมคุณภาพเพราะการปลูกปาล์มที่เห็นชัดคือที่มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งเริ่มไปขยายตัวที่ฟิลิปปินกันบ้างแล้ว ปัญหา ที่พบคือ เกษตรกร ไม่เข้าใจการจัดการทางด้าน การปลูก การปรับที่ การใส่ปุ๋ยที่ถูกต้อง การปรับปรุงดิน โรงงานก็หีบน้ำมันอย่างเดียว ของเสียเอาซ่อนหลังโรงงาน พอกลิ่นโชยมา ปีนึงก็เอากระเช้าของขวัญไปแจกชาวบ้าน จนชาวบ้านบอกว่ากระเช้าดับกลิ่น เช่นเดียวกับที่มาบตะพุด โรงงานจะวนเวียน แจกเครื่องกรองน้ำ ถังเก็บน้ำ ผ้าห่ม เตาแก๊ส ให้กับชาวบ้านตามชุมชนที่ได้รับผลกระทบ จะได้ไม่เดินขบวน เอากันเข้าไป...... ไม่ รู้จะพูดอย่างไง ไม่รู้จะแก้กันอย่างไง ก็ชี้ไปที่ ระบบกันไปหมด ที่จริงไม่ได้อยู่ไกลอย่างที่คิดเลย มันอยู่ที่นี่ ที่ตัวคุณเอง เริ่มที่ตัวเราเอง ช่วยกัน ให้มีจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการเรียนรู้จักการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ อย่างฉลาด ไม่ใช่สักแต่ใช้กัน แล้วผลที่ตามมาจากการสักแต่ใช้ เป็นอย่างไงกันกับโลกรอบตัวเราทุกวันนี้ เปิดดูข่าวทุกวัน ก็เจอทุกวัน อย่าโทษใครเลย เรามาช่วยกันดีกว่า ใช่ ขมิ้นอีกแล้ว 06/15/2011
สืบเนื่องมาจาก การชอบทานผักมากของเรา ทำให้ไปทานผักกาดขาวแบบสด ทำให้เกิดอาการท้องอืด และพบว่าสมาชิกในครอบครัวมีอาการปั่นป่วนในท้อง คาดว่าเกิดจากผักทำให้เกิดแก๊ส และสารเคมีทางการเกษตรมีผลทำให้เกิดอาการระคายเคือง ตลอดจนเชื้อที่ติดมาจากทางการเกษตรก็จะถาถมมาที่ตัวเราอย่างคาดไม่ถึง คนที่ไม่ทานคือ เราเองนอกนั้นเจออาการเหล่านั้น เลยต้องรักษากันยาว ทำให้นึกถึงสมุนไพรใก้ลตัวที่เคยแนะนำและค้นไปค้นมาไปเจอสรรพคุณตลอดจนวิธีการนำมาใช้ประโยชน์ที่มากมาย ก็บังเกิดอาการอยากเก็บมาให้เพื่อนที่ไม่มีเวลาดูแลสุขภาพที่เป็นแฟนเวป ได้รับความรู้จากที่นี้แบบวิถีไทย แต่วิธีการเค้าล้างอย่างเดียว สำหรับเราต้องปอกเปลือกก่อน และขมิ้นมีสองชนิด ขมิ้นชันกับขมิ้นอ้อย ต้องใช้ขมิ้นชัน ซึ่งจะมีสารเคอร์คูมินมากกว่าขมิ้นอ้อย 2 เท่า นั่นหมายถึงหากท่านหาขมิ้นชันไม่ได้ก็จงเอาขมิ้นอ้อยทานปริมาณ 2 เท่า และสารตัวนี้จะละลายได้ดีในพวกoil baseได้แก่พวกนมสดอุ่นๆ หรือ ทานร่วมกับน้ำมัน หรือ หาอะไรมองไปทางใหนก็ไม่มีก็เอาน้ำอุ่นจัดๆก็ได้เพื่อน ความแตกต่างระหว่างขมิ้น 2 ชนิด อยู่ที่สี ขมิ้นชันสีเหมือนจีวรพระออกส้มจัด ขมิ้นอ้อยสีออกเหลือง เท่านั้นแหละ ซื้อมาแล้วปลูกไว้ที่บ้านเลย เคยแนะนำคนมาหลายคนแล้ว บางคนไปเจออีกทีบอกว่า คุณแจ๊วผมล่อทานสดเลย ตามด้วยน้ำอุ่นจัดๆ ทุกเช้า .... ก็ดีใจด้วยที่ทำให้หลายคนหายจากการเป็นอะไรต่อมิอะไรที่กวนใจมาหลายปี ไม่เป็นอะไรก็ทานได้นะ อะ่เอาไปอ่านอีกตำราเค้ามาไง " การ วิจัยปัจจุบันยังยืนยันถึงสรรพคุณมากมายของขมิ้น ตามความเชื่อของคนโบราณ ทั้งยังค้นพบคุณสมบัติใหม่ ๆ ของขมิ้นเช่น ป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลายจากสารพิษ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียช่วยต้านมะเร็ง และแผลในกระเพาะอาหาร เป็นต้น มี การศึกษาพบว่า หากให้รับประทานขมิ้นพร้อมกับ อาหารจะช่วยป้องกันมะเร็งในลำไส้ และยังทำลาย ไวรัสที่ปนเปื้อนมากับอาหารได้ การกินอาหารที่ใส่ขมิ้น จึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ นอกจากจะ ใช้ แต่งกลิ่นสีให้อาหารเท่านั้น เนื่อง จากเหง้าขมิ้นมีสารที่ยับยั้งการหลั่งของกรด จึงใช้ในการรักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้ท้องอืด ท้องเฟื้อ และยังช่วยเจริญอาหารด้วย ขมิ้น ยังมีผลดีต่อผิวหนัง คือ ช่วยรักษาโรคผิวหนัง แก้อาการผื่นคัน รักษากลากเกลื้อน รักษาแผลสด ระงับเชื้อ รักษาพิษโลหิตและเสมหะ ทั้งนี้ยังใช้ขับระดูสำหรับสตรีที่มีกลิ่นเหม็น และมีเลือดจับกันเป็นก้อนสีดำ จะช่วยละลายให้เลือดแตกเป็นลิ่ม ๆ ออกมา แก้บิดเป็นมูกเลือด แก้น้ำดีพิการ ช่วย ขับลมให้ผายออกมาทางทวารหนัก หรือ ให้เรอออกมาทางปาก ฝนขมิ้นแล้วหยอดตา แก้อาการตาแดง ตาเปียกแฉะ มีขี้ตาเป็นประจำในฤดูแล้ง นอกจากแก้โรคแผลในลำไส ้และกระเพาะแล้วยังแก้ธาตุพิการ ท้องร่วงด้วย ถ้า หากมีอาการของไข้หวัด ขมิ้นก็สามารถใช้ดมแก้หวัด ขับเสมหะในลำคอ ผสมสมุนไพรอย่างอื่น ๆ เป็นยาคุมธาตุ แถมยังแก้อาการฟกช้ำดำเขียวตามร่างกาย ด้วยการเอาหัวสด ๆ มาตำพอกบรรเทาอาการอักเสบและเคล็ดขัดยอกไว้ด้วย นอก จากนี้ขมิ้นยังมีฤทธิ์ต้านวัณโรค แก้อาการไม่สบาย ลดไข้ รักษาไข้ผอมเหลือง บรรเทาอาการวิงเวียน ดมแก้หวัด ระงับอาการชัก รักษาฟัน แก้หญิงที่ตกโลหิต รักษาอาการโลหิตออกทางทวารหนักและเบา การใช้ประโยชน์จากขมิ้น 1. ตัดแง่งขมิ้นมาพอสมควร นำมาล้างให้สะอาด (ควรทำขั้นตอนนี้ทุกครั้งของการใช้สมุนไพร) แล้วตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำเจือน้ำสุกเท่าตัวนำมาดื่มครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 - 4 ครั้ง หรือเติมเกลือเล็กน้อย เพื่อใช้รักษาอาการท้องร่วง บิด 2. ใช้ผงขมิ้น 1 ช้อนโต๊ะ นำมันผสมกับน้ำมันมะพร้าว 2 - 3 ช้อนโต๊ะ เอามาเคี่ยวด้วยไฟอ่อน จนได้น้ำมันสีเหลือง แล้วนำมาใช้ใส่แผล หรือนำมาพอกบริเวณ ที่ปวดเมื่อย หรือเคล็ดได้ 3. นำผงขมิ้นมาผสมน้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม ปั้นเป็นลูกกลอน ขนาดปลายนิ้วก้อย รับประทาน 2 - 3 เม็ด หลังอาหาร และก่อนนอน เพื่อรักษา อาการโรคกระเพาะ ท้องขึ้น 4. นำขมิ้นแห้ง 25 กรัม + ว่านนางคำ 200 กรัม + ไพล 50 กรัม + ดินสอพอง 1000 กรัม นำมาบดผสมกัน ใช้พอกหน้า และตัวเพื่อบำรุงผิวได้ (ถ้าผิวมันใช้ผสมกับน้ำมะกรูดเผาไฟ ถ้าผิวแห้ง ใช้ผสมกับน้ำผึ้ง หรือ นมสด) ควรพอกประมาณ 5 - 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ตามด้วยน้ำเย็น สลับกัน 5. ใช้ผงขมิ้นละลายน้ำทาบ่อย ๆตรงบริเวณที่คัน หรือ คันจากยุงกัดมดกัด 6. ทำครีมสมุนไพร เพื่อใช้แทนสบู่ และลดรอยเหี่ยวย่นและจุดด่างดำ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า โดยนำมะขามเปียก 300 กรัมมาแช่น้ำและบีบน้ำแล้วนำมากรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วเอาตั้งใส่หม้อเคลือบตั้งไฟอ่อน ๆ เคี่ยวให้แห้งจากนั้น เติมนมสด 200 กรัม + น้ำผึ้ง 50 กรัม + ขมิ้นผง 1/2 ช้อนชา + ว่านนางคำผง 1/2 ช้อนชา คนให้แห้ง ยกลง ก็โดยชะโลมน้ำที่หน้าพอเปียก ป้ายครีมเล็กน้อย ลูบไล้จนทั่วหน้า ทิ้งไว้สักครู่ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด 7. วิธีทำยาทาผิว ใช้เหง้าขมิ้นสดมาหั่นบาง ๆ แล้วตากแห้ง นำมาบดเป็นผงให้ละเอียด เวลาจะใช้ให้นำมาผสมกับน้ำคนให้เข้ากัน ทาตามเนื้อตัวหรือใบหน้า หรือผสมกับน้ำนมทาตัวเอาไว้ก่อนจะอาบน้ำทิ้งไว้ 10 - 20 นาที เป็นอย่างน้อย แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือตามด้วยการอาบน้ำชำระร่างกาย ผลที่ได้รับคือ ช่วยให้ผิวนุ่มนวลเนียน แก้โรคผดผื่นคัน หรือจุดด่างดำบนร่างกายให้หายไป 8. วิธีทำครีมขัดและพอกหน้า นำขมิ้นผงผสมกับน้ำนม หรือน้ำผึ้ง จากนั้นล้างหน้า ให้สะอาดแล้วนำขมิ้นที่เตรียมไว้ขัดใบหน้าเบา ๆ จนทั่วพอกไว้อย่างนั้นประมาณ 5 นาที ล้างออกได้ด้วยน้ำอุ่น ๆ ผลที่ได้รับคือ ช่วยให้สิ้วเสี้ยนหลุดสมานผิวและรูขุมขน ช่วยรักษาแผลที่เกิดจากสิวอักเสบ ไม่ให้เกิดเป็นแผลเป็น ทำให้ผิวหน้า นุ่ม และเนียน " ตามลิงค์เลยเพื่อนอ่านเต็มๆ เชื้อราภายนอก ภายใน 11/20/2010
![]() เชื้อรานี่เป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับสุขภาพของเราๆท่านๆทั้งหลายที่อาจจะมองข้ามไปเสียด้วยซ้ำ เชื้อราสามารถเกิดขึ้นทั้งในตัวเราและนอกตัวเรา มันไปได้หมด ขอให้มีความชื้นเถอะ ถ้าเชื้อราที่อยู่ในตัวเรา หากใครเป็นแฟนคลับเวปนี้ก็จะทราบว่า เราได้บอกวิธีแก้แล้วซึ่งหายแน่นอนเลย ทั้งที่หลายคนต้องเสียเงินไปซื้อยาทา ยาทาน ยาเสียบ ยาสอด สารพัด บางรายอาการหนักก็บอกได้ว่า หายห่วง ถ้าทำตามที่เราบอกกล่าวนะ หากใครยังไม่ได้ไปอ่านก็เข้าไปใน category health ละกันนะ ถ้าเป็นภายนอกเช่นที่หนังศรีษะ ก็เอาน้ำซาวข้าวนะ ถ้าเป็นภายในของท่านผู้หญิงก็ขมิ้นนะจ๊ะอย่าลืม อ่ะ ทีนี้เรามาว่าถึงเชื้อราภายนอกที่อยู่นอกตัวเรา คือ รอบๆตัวเรา ที่บ้าน ในห้องต่างๆ ห้องนอน หมอน ตู้ เตียง ห้องน้ำ ซิงค์ล้างจาน ต่างๆ มักจะเป็นเชื้อราสีดำ บ้างก็มีสีเขียว ได้แก่ Aspergillus ฟูฟ่องมีสีเขียวขี้หมา เอ๊ย ขี้ม้า Trichoderma อันนี้สีเขียว Alternaria ตัวนี้ที่จริงเป็นตัวสาเหตุโรคใบจุดกับพวกพืชต่างๆ Penicillium สีเขียวขี้ม้าจริงๆมักจะฝังตัวในเนื้อไม้ Stachybotrys เสือนี่สีดำ Cladosporium เช่นเดียวกันเป็นเชื้อราดำ ซึ่งราทั้งหลายเหล่านี้ สามารถก่อให้เกิดอาการแพ้ ต่างๆ หืด หอบ ผื่น คัน แสบตา ปวดหัว โรคผิวหนัง หน่วยความจำเสื่อม (ใช่ อ่านมาไม่ผิด ไอ้พวกเชื้อราสีดำนั่นแหละ)และมะเร็งได้ด้วย บางครั้งก็เป็นตัวกดสวิทเปิดทางให้เกิดโรคต่างๆตามมา การแก้ไข คือ ต้องจัดการเรื่อง รั่วตามที่ต่างๆ หมั่นเช็ดบริเวณที่มีมีเชื้อรา และต้องทำให้แห้งด้วย นะ อาจจะใช้ 91% isopropyl alcohol หรือ คลอรีน ใช้ ความเข้มข้น 10 % และเวลาใช้สารเคมีต้องสวมถุงมือ ใส่แว่น ปิดจมูกด้วย การจัดการกับเชื้้อราอย่าใช้มือสัมผัสโดยตรง ไม่ใช่เวอร์นะ แต่นี่คือสิ่งที่ควรจะตระหนัก เพราะเวลาไม่บาย(คนใต้ พูดอย่างงั้น) ขึ้นมาละก้อ ไม่หนุกหลอกนะเพื่อน แต่อาจจะใช้แค่ล้างน้ำเปล่า กับ น้ำยาล้างจานก็ได้(ที่อ่านใน Reference) แต่ที่ข้าพเจ้าทำคือ ใช้น้ำส้มสายชู 5 % ที่มีขายตามร้านค้าทั่วไป ใส่ถุงมือ เอาผ้าชุบน้ำหมาดๆ เหยอะน้ำส้มสายชู เข้าไปเยอะหน่อย แล้วเช็ดบริเวณที่เป็นเชื้อรา พวกสะปงสปอร์ (spore) มายซิโล่ง มายสิเลียม (mycelium) รับรองฟีบ แฟบ เหี่ยว อ้อ แต่ต้องเปิดให้มันแ้ห้งด้วยนะ และหมั่นมาเปิดดู หากมีเป็นปื้นสีดำ แสดงว่า ต้องมีเห็ดแล้วละเพื่อน เพราะมันจะสร้างกะเปาะพอแก่ได้ที่มันจะระเบิดปล่อยคลังแสง สปอร์ก็จะกระจายเต็มเลย ต้องทำลายคลังแสงมันหาดูดีๆ ที่เล่ามานี่ มักจะพบบริเวณใต้ซิงค์นะ บางทีก็รากมันยังติดอยู่ตามผิว อากาศชื้น มันก็เห่อขึ้นมาอีก เฮ้อ น่าเบื่อมะ ไอ้ทีนี้หากมันทำให้เกิดอาการแพ้ ผิวหนัง เป็นผื่นคัน ก็ต้องทานยากันนะเพื่อน ยาแก้แพ้ บางครั้งคันมาก ก็เอาเบกิ้งโซดา ผสม น้ำ แล้วทาถู ทาถู ก็ช่วยได้นะ น้ำส้มสายชูก็ได้ แต่อย่าใช้ความเข้มข้นมากเพราะเดี๋ยวผิวแห้ง จะรู้ได้อย่างไงว่า ที่บ้านเป็นที่มั่วสุมของเชื้อรา ก็หากท่านไปนอกบ้าน ไปเที่ยว 2-3 วัน ไม่เป็นไร พอกลับมาบ้าน ไม่บายทุ๊กที ก็ขอให้มั่นใจได้ว่า มีข้าศึกอยู่ในบ้านท่านแล้วนะ เรามีเวปไซด์ที่น่าสนใจมาให้อ่านกันต่อ เอ้า ไปเลย หากท่านใดจะเสนอแนะต่างๆก็จักเป็นพระคุณยิ่งเพราะเราจะได้ช่วยกันแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กัน เพื่อนๆจะได้ประโยชน์กันถ้วนทั่วทุกคนไปนะ วันนี้ ขอรา....เอ๊ย ขอลาไปก่อนนะจ้า เที่ยวลอยกระทงให้สนุกน๊า...... ขมิ้นมีประโยชน์มากกว่าที่คิด 07/31/2010
![]() เรื่องขมิ้นนี่ ไม่คิดว่าจะมีใครไม่รู้ว่ามันคือสมุนไพรที่มีประโยชน์หรอกนะ แต่ที่จะเอามาฝากเพราะได้บอกสูตรรักษาโรคด้วยขมิ้นให้กับคนหลายคนที่ต้องการรักษาสุขภาพโดยเฉพาะท่านผู้หญิง สูตรที่จะเอามาฝากอาจจะยุ่งยากซักหน่อยสำหรับคนที่ต้องไปทำงานแต่เช้า อีกทั้งอาจจะมีสีของขมิ้นติดมือ ติดไปหมดทุกอย่าง แต่เราทานมาก็ประมาณ4 ปีได้ ทานบ้างหยุดไปบ้าง สูตรคือ 1. ต้องใช้ขมิ้นชันปอกเปลือก ขนาด 1 ข้อนิ้วมือ 2. เกลือตัวผู้ 7 เม็ด 3. ยี่หร่า 7 เม็ด(ตามหลักวิชาต้องเป็นเมล็ด) 4. เทียนข้าวเปลือก 7 เมล็ด ตำทุกอย่างให้ละเอียดทานกับน้ำอุ่นจัดตอนเช้าก่อนแปรงฟัน ตำรานี้ของคุณแม่สามีค่ะ รักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบภายในของคุณสุภาพสตรีนะ อีกทั้งท่านชายทานก็ดีแต่ไม่ต้องใส่ข้อ 2-4 ช่วยเกี่ยวกับระบบกระเพาะอาหาร และที่เราค้นคว้าจากการท่องเนตพบว่าสารcurcumin ช่วยจัดการแบคทีเรียที่อยู่ในปากตลอดจนในระบบทางเดินอาหารให้มีความสมดุลย์ สำหรับผู้หญิงที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภายใน พอทานแล้วจะรู้สึกว่า ร่างกายจะขับสิ่งสกปรกที่ตกค้างออกไป จะรู้สึกได้ถึงความสะอาด เนื่องจากสารในขมิ้นช่วยจัดการเกี่ยวกับกลิ่นต่างๆภายในร่างกาย จะพบว่า 1. ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับ กลิ่นปาก กลิ่นตัว กลิ่นสาระพัดต่างๆจะหมดไป เพราะมันจัดการตั้งแต่ภายในแล้ว 2. ลดอาการปวดท้องเวลามีรอบเดือน 3. รักษาสุขภาพภายในช่องปาก คอ 4. หน้าท้องจะยุบด้วย (จริงๆนะ) 5. รู้สึกได้เลยว่า ระบบภายในมันสะอาด จริงๆนะ สำหรับตัวเราเอง แต่ก่อนจะเป็นแผลในปาก ร้อนใน บ่อยๆ แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นมา 3-4 ปีแล้ว เจ็บคอก็ไม่เจ็บคอ ไม่ได้ใช้ antibiotic มานานมากหลายปี ทั้งทีเป็นคนที่แพ้อากาศ ตอนนี้ก็ปกติ ก่อนที่จะทานขมิ้น เราปวดหัวเข่า เวลาก้มแล้วลุกขึ้น จะปวด แต่ตอนนี้ก้ไม่ปวด มันรู้สึกว่า ร่างกายแข็งแรงขึ้นนะ อีกอย่างขมิ้นมีสารที่ไปยับยั้งการส่งเลือดไปเลี้ยงเซลล์มะเร็ง และ ทำให้ขนาดของเนื้องอกลดลง หรือ ไม่ขยายได้ เนื่องจากมันไปตัดการส่งเลือไปเลี้ยงเซลที่ผิดปกติ ตัวเราเองมีก้อนเนื้อ ขนาดใหญ่ที่น่าตกใจ ตั้งแต่พบว่ามีความผิดปกติ ก็ตัดสินใจทานอย่างมีวินัยเป็นต้นมา ตอนนี้ขนาดลดลงกว่า 80 เปอร์เซนต์นะ คือถ้าหากคนใก้ลชิดของใครที่อ่านบทความในเวปของเรานี้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือไม่ใช่เพื่อน ใครก็ตามที่อ่านแล้วมีคำถามก็ถามมาได้เลย หากต้องการถามส่วนตัวก็เข้าไปที่แมวหน้าห้อง จะถูกส่งไปที่อีเมลเรา ทันที หากไม่สะดวกจะใช้ชื่อจริงก็ใช้นามแฝงได้ เพราะทุกอย่างที่เสนอมาคือ ตัวเราเองที่ทดลองใช้กับตัวเองทั้งสิ้น สามารถถามได้ทุกกรณี ซึ่งบางอย่างเราไม่สามารถบรรยายอย่างโจ่งแจ้ง เอ่อ ท่านชายที่สนใจก็ไม่ผิดกติกานะ หมายเหตุ ทำเสร็จแล้วทานเลยเท่านั้น ถึงจะมีผลในการรักษา และคนที่เป็นโรคดีซ่านห้ามทานด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น ใครสนใจอาจจะหารายละเอียดได้จาก References ข้างล่าง ซึ่งที่จริงมีเยอะมากๆๆๆๆๆ แต่เพื่อเป็นการยืนยันทางวิชาการเราจึงเอามาให้อ่าน (หากใครมีข้อสงสัยอย่างไรก็ คลิก ที่หัวข้อ หรือ comment หรือ ตีหัวแมวหน้าห้องเราก็ได้นะจ๊ะ) Reference : - www.cancer.org -Turmeric-Benefits---Cancer-Prevention -www.drweil.com -www.huffingtonpost.com Oil Pulling, Oil Swishing 07/25/2010
เพื่อนหลายคนคงจะรู้จัก หรือ ได้ทำอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว สำหรับเราทำอยู่ประมาณ 1 ปีกว่าๆ ตอนช่วงเจอนัดเพื่อนมาเจอกันที่บ้านก็รู้ว่า นายแม๊กก็เป็นอีกคนที่ทำ oil pulling เหมือนกัน วิธีการเป็นอย่างไร สำหรับแม๊กเราไม่ทราบ สำหรับเราเป็นคนที่สนใจเกี่ยวกับของธรรมชาติอยู่แล้ว และชอบทดลองด้วย และค้น อ่าน อ่าน อ่าน ค้น ทั้งเวปต่างประเทศและในประเทศ และเอาข้อมูลเหล่านั้นมารวบรวมและตัดสินใจว่ามันน่าจะเป็นไปได้หรือไม่ และก็ได้ทดลองทำเพราะ เราเริ่มรู้สึกว่าร่างกายเรามันต้องการ maintenance เราเลือกแบบ natural therapy อ่านไปก็พบว่า บางคนทดลองพบว่าดี บางคนก็เจอผลข้างเคียง และผลดี และผลไม่ดีที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน ซึ่งเราคิดว่า สาเหตุเนื่องมาจาก สภาพสารเคมีในร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความชอบ ความไม่ชอบในการทานอาหาร แตกต่างกันไปทำให้ในร่างกายมีระบบของสารเคมี ความเป็นกรดขด่างที่ไม่เหมือนกัน มีผลทำให้มีความ sensitive ไม่เหมือนกัน Reference:ที่เพื่อนๆสามารถไปอ่านได้ เช่น http://www.oilpulling.com/ และ อีก หลายๆที่ ขั้นตอนที่เราอ่านและปฏิบัติมาเป็นเวลาปีกว่า 1. ตื่นมาไปคว้าน้ำมันดอกทานตะวันซื้อจากห้างต่างๆ สกัดเย็นหายากไม่ต้องสกัดเย็นก็ได้ หมอเค้าบอก(หมอตามลิงค์) 1 ช้อนโต๊ะ 2. โยนเข้าในปาก อมไว้ อย่ากลืนนะ ปล่อยให้มัน เกลือกกลั้ว ให้ทั่วปาก ใต้ลิ้น ส่วนหน้า ให้อณูอะตอมของน้ำมันมันวิ่งกระชูดไปตามทุกซอกทุกมุมของฟันนาย กลั้วมันเข้าไป เงยหน้าให้มันลงไปแค่กรามด้านใน บน ล่างไม่ต้องถึงคอนะ ให้มันอยู่อย่างนั้น 15-20 นาที งวดแรก บางคนอาจเหลือทนก็ลดลงได้ ระหว่างนั้นก็ทำนู้น ทำนี่ไปก่อน ระวังเผลอกลืนล่ะ หมอเค้าบอกไม่เป็นไร แต่ อย่าเผลอจะดีกว่า ไม่ใช่กลั้ว กลิ้งซะเพลิน เวลาบ้วนทิ้ง กรุณาไปบ้วนทิ้งที่ไม่ใช่ซิงค์ล้างหน้า ไปทิ้งโน้นเลย ต้นไม้ ต้นญ้า รังมด ไปโน้น ไป ถ้าน้ำมันออกมาเป็นสีขุ่นขาวละเป็นอันว่านายเป็นคนกลอกกลิ้ง กลิ้งกลอก หรือ เกลือกกลั้ว อยากจริงจัง ใช้ได้ ถ้าออกมายังใสแจ๋วละก้อ อย่าฝืนใจเลยเพื่อน ไม่เต็มใจทำก็อย่าทำ เสียดายของเข้าใจตามนี้นะ 3.เตรียมน้ำอุ่นจัดๆหน่อยไว้บ้วนปาก และตามด้วยแปรงฟันด้วยยาสีฟันพวกสมุนไพรก็ดี คือพวกที่ไม่มีิ baking soda หรือ hydrogen peroxide เพราะฟันเรามันถูกทำให้สะอาดแล้ว พวกนี้อาจจะทำให้ละคายเคือง เราก็ล่อยาสีฟันแบบ original 4. แปรงให้สะอาด แล้วก็ยิ้มดูในกระจก "เอ้อ ไอ้แจ๊ว มันพูดถูก ฟันเราขาวขึ้นแฮะ " เห็นมะ มีข้อคิดอันนึงซึ่งเราคิดว่า เพื่อนเรามีความคิดวิทยาศาสตร์มากเลย โดยการเอาน้ำมันที่บ้วนจากปากไปทาตัวก่อนแล้วอาบบน้ำตาม คิดได้ไงอ่ะ เพราะในน้ำมันเต็มไปด้วย แบคทีเรียในปาก หลายล้านๆตัว อือ หรือ เพื่อนเราอาจมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่เราคาดคิดไม่ถึงมั๊งหว่า.... เอาเป็นว่าใครทดลองอะไรอีกก็เขียนมาแลกเปลี่ยนกันนะเพื่อน ส่วนการทำ ทุกวันๆละครั้งหรือ อีกครั้งก่อนนอน แต่ควรทำหลังจากท้องว่าง หมายถึงว่างจริงๆซัก 3 ชั่วโมงนะ กรณีอยากปรับสภาพร่างกายแบบเร่งด่วน ไง เราขอแค่ ตอนเช้าพอ จ้า ![]() สำหรับ น้ำมันที่ใช้ตามที่ได้อ่านจาก www.earthclinic.com/Remedies/oil_pulling.html พบว่า น้ำมันที่สกัดเย็นของน้ำมันงา และน้ำมันดอกทานตะวันจะมีผลดีกว่าน้ำมันชนิดอื่นๆ และอาการที่สามารถดีขึ้นได้หลังจากทำ oil pulling ได้แก่ clean, whiter teeth -- อาการนี้ เพื่อนที่ทดลองทำครั้งแรกจะสามารถสังเกตุได้ทันที่ทำครั้งแรก gets rid of bad breath and morning breath --อันนี้ก็เช่นกัน รู้สึกว่าปากและฟัน สะอาด แน่นขึ้นหลังจากทำทุกวัน stops cravings -- เพราะปากสะอาดมั๊ง เลยไม่อยากทานอะไรเท่าไหร PMS relief-- มีรายงานว่า ช่วย set balance ของ hormoneนะ gets rid of acne --ที่ช่วยคือทำให้ความมันของหน้าลดลงของวัยรุ่น ของวัยร่วงนี้พบว่าหน้ามีความชุ่มชื้นดีขึ้น gets rid of under eye circles -- อันนี้หลังจากที่ทำซักพัก ลูกก็อาจจะทักเราได้ว่ามันเป็นอย่างนั้น increased energy --ไม่ทราบ อาจจะเป็นได้ cures teeth problems --เห็นผลชัดเจนมาก tarter gone-- ไม่ทราบเพราะไม่เคยสูบบุหรี่ แต่ที่แน่นอน ฟันนายจะขาวขึ้น under eye bags gone-- ไม่ทราบเพราะตัวเราเห็นตัวเองทุกวันเลยไม่ได้สังเกตุ แต่ลูกบอกว่าน้อยลง สงสัยลูกให้กำลังใจหรือเปล่า ไม่รู้ brightens complexion-- เป็นไปได้หรือเปล่า เพื่อนต้องลองดู mental alertness-- ไม่ทราบ cures allergies-- บางคน claim ว่า อาการเป็นหวัด แพ้อากาศ หาย lose weight -- เราไม่ทราบเพราะเราไม่เคยอ้วน หลังจากที่สามารถอ้วนได้ แค่ 2 ครั้งในชีวิต คือตอนท้อง elevates mood--- รอเพื่อนตอบ แต่เค้าบอกช่วยไม่ให้ mood swing น๊า อ่านมา decreased mouth sensitivity --- ก็ใช่นะ helps depression --- ไม่ทราบ เพราะแมวตาย ยัง depress เป็นเดือนเลย fibromyalgia relief ---- ไม่สามารถยืนยันได้ relieves TMJ--- ไม่ทราบ helps heart problems --- ไม่แน่ใจ สำหรับคนหลายใจ จะช่วยได้เปล่านะ อุ๊ย โดนใครบ้าง โยนมั่วไปซะงั้น โทษทีเพื่อน เจ็บป่าว helped to quit smoking --- ไม่ทราบคร๊าบ heals gingivitis--- มั่นใจได้ครับผม gets rid of body odor-- ก็ทดลองดู oil pull แล้วไม่ต้องอาบน้ำซัก 1 เดือน เป็นไง บอกด้วยเน้อ clears the mind --- อันนี้น่าจะดี เพื่อนที่เครียด เช่น โต จะได้ สมองโล่ง ใส ปิ๊ง better sleep --- นี่คงน่าสนใจ สำหรับเพื่อนส่วนใหญ่ เค้าบอกว่าจะ sleep like a baby เล้ย อย่างงั้นเลย นะเพื่อน สำหรับเรา ยืนยัน cures insomnia -- ถ้าเล่น นอนไม่หลับแบบออกหน้าออกตาอย่างงี้ น่าจะช่วยได้นะเพื่อนลองดู gums stop bleeding-- เห็นด้วยคร๊าบ relieves addictions-- ไม่ทราบ เพราะเราไม่ addicted อะไร feel clean on the inside --- เอาเลย มันจะขนาดนั้นก็ยิ่งดี แค่ข้างบนก็เรียกพี่ได้แล้วนะเพื่อน Read more: How to Detox by Oil Pulling | eHow.com http://www.ehow.com/how_5015891_detox-oil-pulling.html#ixzz0ufIeJTEM |














RSS Feed